13 ตุลาคม 2554
[SF] kimi+boku=LOVE (2/2) END
.........................................................................................
[SF] kimi+boku=LOVE (2/2)
[SF] kimi+boku=LOVE (2/2)
เมื่อความเย็นกระทบผิว ทำให้ผมต้องหาไออุ่นจากสิ่งที่อยู่ข้างกาย เจ้าของไออุ่นนั้นกอดกระชับร่างผมเข้าหาตัวทันที
"อืมมมม"
ผมครางด้วยความเจ็บขัดเนื้อขัดตัวไปหมด อยากซุกซบไออุ่นนี้โดยไม่รับรู้อะไรนอกเหนือจากนั้นอีก เพราะตอนนี้ผมรับรู้ว่าทั้งร่างกายนั้นเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียอย่างบอกไม่ถูก แต่ความรู้สึกแปลบๆตรงบั้นท้ายและความอบอุ่นที่ไม่คุ้นเคย สำนึกในเรื่องที่เกิดขึ้นก็ทำให้ผมต้องเลิกเปลือกตาขึ้นกระพริบช้าๆ
การขยับตัวของผมทำให้เจ้าของแขนแข็งแรงรัดผมเข้าหาตัวมากขึ้นอีก มือหนาลูบไล้สัมผัสแผ่นหลังเปลือยของผมราวกับจะกล่อมให้หลับไหลลงไปอีกครั้ง
วงแขนนั้นแหละที่ทำให้สติของผมกลับมาสมบูรณ์แบบอีกครั้ง
ราวกับถูกน้ำเย็นสาดหน้า ผมถูกขี้ยาลากเข้าไปในห้องน้ำพยายามข่มขืน!!!
สัมผัสลมหายใจที่รินรดอยู่เหนือศีรษะทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นมอง ไม่อยากรับรู้เลยจริงๆ แต่ภาพที่ผมเห็นกลับเป็นไอ้อ้วนของผมที่หลับตาพริ้ม ริมฝีปากอมยิ้มน้อยๆ เหมือนพึงพอใจ
ด้วยสัมผัสทำให้ผมรู้ว่า มันไม่ได้ใส่อะไรเลยเหมือนกันกับผม ไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้นเลยระหว่างเราสองคน สมองประมวลผลรวดเร็วราวกับคอมพิวเตอร์
ความทรงจำที่ฉายชัด ไม่มีฉากไหนตอนไหนเลยที่บอกว่าผมโดนไอ้สองตัวนั่นสอดไส้กรอกเยอรมันเข้าไปในรูตูด!!! ความรู้สึกลึกๆตะโกนก้องร้องออกมาว่าผมโดนข่มขืนหลังจากนั้นแน่นอน
จู่ๆน้ำตามันก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ผมพยายามกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ถ้าข้อสันนิษฐานของผมไม่พร่าเลือนหรือผิดเพี้ยน ไอ้คนที่นอนข้างกันนี่แหละเป็นคนทำให้ผมต้องมีสภาพแบบนี้ แต่ผมคงจะสะอื้นหนักเกินไปไอ้อ้วนเจ้าของอ้อมกอดเลยขยับตัวก่อนที่เปลือกตาหนาจะลืมเปิดขึ้น
"ยูริ..."
"ทำไม... ทำไมมึงทำแบบนี้"
ผมคงถามคำถามยากเกินไป ร่างหนาถึงได้กระตุกตัวขึ้นนั่ง ผมรีบรวบผ้าห่มที่ตกลงมาแถวเอวขึ้นมาคลุมตัวเองที่สั่นสะท้านอย่างหนัก พยายามถอยห่างจากผู้ชายตรงหน้านี้ให้มากที่สุด จนแผ่นหลังสัมผัสกับหัวเตียง
"พี่...ยูริพี่ขอโทษ เมื่อคืนพี่..."
เหมือนมันจะพยายามเรียกผมด้วยสรรพนามที่ไม่คุ้นเคย
"มึงทำแบบนี้ทำไม มึงสะใจนักใช้มั้ยที่เอาชนะกูได้ เก็บคำว่าขอโทษของมึงไปบอกกับลูซิเฟอร์ในนรกเถอะเหี้ย"
ผมคร่ำครวญเหมือนคนขาดสติ
เมื่อวานเหตุการณ์นั้นยิ่งฝังตรึงอยู่ในใจ ภาพที่ตัวเองออกมายืนรอมันที่หน้าหอประชุมแล้วโดนลากเข้ามารุมในห้องน้ำ
มันช่วยผมออกมา ผมรู้
มันเป็นห่วงผม ผมก็รู้
ถึงมันจะปากหมาแต่มันก็ยังดูแลผม ทำไมผมจะไม่รู้
"นายกำลังจะโทษว่าพี่ข่มขืนนายใช่มั๊ย"
มันมองหน้าผมนิ่งก่อนจะถามกลับ
สัด!!! ไม่ให้กูโทษมึงแล้วจะให้กูคิดว่าตอนกูหลับโดนไม้ทิ่มตูดหรือไง!!
"ถ้าไม่ใช่แบบนั้นแล้วจะให้เรียกว่าอะไร กูข่มขืนมึงเหรอ สลัดเอ๊ย"
ผมระเบิดอารมณ์ใส่มันอย่างห้ามไม่อยู่ กำผ้าห่มในมือแน่น ผมไม่สนใจแล้วว่าในตอนนี้น้ำตาผมมันจะไหลออกมามากจนเป็นสายเลือดหรือเปล่า แต่ผมส่งความโกรธ เกลียด และกล่าวโทษไปที่มันเต็มๆ
แล้วมันก็ถามผมกลับเสียงเย็น ต่างกับตอนพยายามอธิบายให้ผมฟังในครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง
"แล้วรู้เหรอว่าไม่ได้โดนไอ้สองตัวนั่นมันทำก่อนที่กูจะเข้าไปช่วย"
"สารเลว!! สมองปลวกอย่างมึงก็คิดได้แต่จะปัดความรับผิดชอบไปให้คนอื่นสินะ กูรู้ว่ากูเป็นผู้ชาย โดนทิ่มเข้าไปก็มีลูกออกมาประจานความชั่วของมึงไม่ได้หรอก แต่กูต้องการความจริง มึงเข้าใจมั๊ยว่ากูอยากได้ความจริง ว่าใครมันทำกู"
"ใครทำแล้วต่างกันตรงไหน มึงเป็นผู้ชายท้องไม่ได้ไม่ใช่เหรอเตี้ย หรือมึงเสียใจที่ครั้งแรกของมึงเป็นกูแทนที่จะเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของมึงคนนั้น"
มันกล่าวน้ำเสียงเย้ยหยัน นี่สินะ...ไอ้อ้วนปากหมามันกลับมาแล้ว กลับมาพร้อมกับความคิดอุบาทว์ในสมองมัน
"เออ ใช่ของมึง ถ้าครั้งแรกของกู ไหนๆก็จะมีผัวเป็นผู้ชายอยู่แล้วกูอยากมีผัวชื่อเคย์โตะดีกว่ามีผัวอ้วนดำอย่างมึง"
"แต่ตอนนี้มึงเป็นเมียกูไง"
มันตวาดผมกลับ กระชากร่างที่ยังเจ็บแปลบๆของผมเข้าไปเขย่าอย่างแรง
"ถึงกูกับมึงจะไม่ได้รักกัน แต่กูจะบอกพ่อกับแม่เรื่องนี้แน่นอน"
ผมได้แต่เบิกตากว้างมองมันผ่านม่านน้ำตา สิ่งที่มันพูดยังก้องอยู่ในหูและใจ หน้าของมันอยู่ใกล้กับหน้าผมมากจนมองเห็นความน้อยใจและเจ็บใจในนั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลง
...
ปัง!!!
เสียงประตูถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมาจากชีทที่เพื่อนส่งมาให้ทางเมล์ที่เพิ่งเริ่มอ่านไปได้เล็กน้อย
คนที่เปิดประตูเข้ามาคือพี่เคย์โตะบอดี้การ์ดส่วนตัวที่คุณพ่อมอบหมายงานตำแหน่งผู้บริหารแทนท่าน ผมขยับจะเอ่ยปากเรียกผู้ชายที่เปรียบเสมือนพี่น้องคลานตามกันมา แต่ก็ไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูด
พี่เคย์โตะก้าวยาวๆไปกระชากร่างหนาของไอ้อ้วนที่คุยสไกป์กับพี่เคย์หมอประจำตระกูลอยู่ หมัดหนักๆกระทบเข้ากับใบหน้าที่ไม่ได้ตั้งตัวเข้าเต็มแรง เลือดที่ย้อยซึมที่มุมปากนั้นบอกผมได้ดีว่าหมัดของพี่ชายนั้นแรงมากแค่ไหน
"พี่...อย่า!!"
ผมกัดฟันร้องห้ามพี่เคย์โตะออกไป ขยับตัวจะยกโน๊ตบุ๊คเครื่องน้อยออกจากตัก แต่พี่เคย์โตะก็ถลันเข้ามาถึงตัวผมแล้วโดยเร็ว
คนที่โดนชกมองมาที่เราทั้งคู่ด้วยสายตาที่แทบอยากจะฆ่าให้ตาย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา หันไปคุยสไกป์กับพี่เคย์ต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
"กลับบ้านเรากัน"
พี่ชายที่แสนจะพูดน้อย(และต่อยหนัก)ของผมบอก ร่างหนามีมัดกล้ามรั้งพยุงตัวผมขึ้นจากเตียงกว้าง
เราไม่ได้พูดอะไรกันอีก เพราะเจ้าของบ้านเขาไม่ได้คัดค้านอะไร และผมก็เต็มใจเดินออกมากับพี่เอง มีเพียงสายตาเท่านั้นที่ยังคงแฝงแววน้อยใจอย่างที่ผมไม่เคยเห็นไว้อยู่
...
พี่เคย์โตะพาผมออกมาจากบ้านหลังใหญ่ กลับมาที่บ้านซึ่งหลังใหญ่ไม่แพ้กันหลังข้างๆ ขบวนบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังจนผมหงุดหงิด
"คุณพ่อโทรมาบอกพี่ว่าฝ่ายโน้นโทรไปหาท่านเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องที่มหาลัยและเรื่องคืนนั้นแล้ว พี่ขอโทษครับที่ต้องให้คนจับตาดูน้องตลอดเวลาเพิ่มขึ้น"
พี่พูดเสียงเข้มเน้นคำ พร้อมกัดกรามจนขึ้นสันนูน ผมหลบตาวาววับของพี่ที่ก้มลงมองค้นหา เรื่องสองคนที่ดักฉุดผมไม่อยากรับรู้อะไรจริงๆ เพราะพอจะทราบได้จากสีหน้ายาบุเพื่อนสนิทของไอ้อ้วนที่แวะเวียนเข้ามาหาถึงบ้าน การทำให้ใครหายไปสักคนสำหรับยาบุแล้วมันง่ายยิ่งกว่ายืนขาเดียวเหนี่ยวกินลมเสียอีก
"น้องขอโทษครับ ทำให้เป็นห่วงอีกแล้ว"
"คราวหลังห้ามไล่การ์ดไปไหนไกลๆอีกนะครับ ตอนคุณพ่อโทรมาบอกเรื่องนี้กับพี่ พี่แทบบ้า รู้มั๊ย"
พี่เคย์โตะคลายอ้อมแขนเมื่อพาผมเข้ามาถึงห้องโดยหันไปกำชับผู้คุ้มกันฝูงใหญ่ให้วางกำลังอยู่นอกห้อง
ผมอึดอัด ไม่อยากให้ใครมาล้อมหน้าล้อมหลัง
"ทนหน่อยนะครับ น้องก็รู้ว่าที่ผ่านมาที่น้องไม่โดนคุมเข้มเพราะน้องไปไหนมาไหนกับทางโน้นเป็นปกติ แต่ในเมื่อตอนนี้ทางโน้นปล่อยปละละเลยน้องจนต้องเกิดเรื่องขึ้น แล้วตัวมันก็ก่อเรื่องกับน้องมาเอง คงต้องให้เวลาคุณพ่อคุณแม่คุยกันสักพักนั่นแหละ ทนอึดอัดหน่อยนะ"
พี่เอามือมาลูบหัวและทำท่าจะผละออกไปหยิบอะไรจากด้านหลัง แต่ผมที่ใจหายผวากอดเอวพี่ไว้เสียเอง
"น้องขอโทษ ขอโทษๆๆ ขอโทษครับ"
"ถ้าน้องโดนใครที่ไหนก็ไม่รู้ทำอะไรไปพี่จะจัดการอะไรมากกว่านี้อีก"
พี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ไม่มองหน้าผม พี่คงรู้ชะตากรรมของคนที่ทำร้ายผมสองคนนั้นแล้ว ไอ้อ้วนนั้นถ้ามันเป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้เหมือนไอ้สองตัวนั่นก็คงจะโดนเหมือนกันจากพี่
"น้องรู้ตัวมั๊ยว่าโดนป้ายยา?"
นั่งยองๆลงตรงข้างเตียงอ้าแขนรับอ้อมแขนผมอีกครั้ง ความจริงตอนที่ตื่นขึ้นมาเจอกับไอ้อ้วนนั้นผมยังมึนงงบวกกับยังเสียใจอยู่มาก ลืมนึกถึงข้อนี้ไปเสียสนิท จนเมื่อมันยอมให้ผมได้อยู่กับตัวเองสักพัก ความทรงจำสารเลวนั่นก็แล่นเข้ามาแจ่มชัดในห้วงสมอง
คืนนั้นผมโดนป้ายยาโดยไอ้สองตัวนั่น ตอนที่ไอ้อ้วนมันอุ้มพาผมกลับเข้ามาในรถก็พยายามจะลูบไล้ฟอนเฟ้นอีกฝ่ายตลอดเวลา เป็นผมเองนี่แหละที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน วันต่อมาความโกรธที่มีต่อไอ้อ้วนกลับหายไปเองอย่างไม่น่าเชื่อ อาจจะตะขิดตะขวางใจกับการมองสบตามันอยู่บ้างแต่ผมก็ไม่ได้ฟูมฟายใหญ่โตแล้ว
ผมพยักหน้ากับอกพี่ รับรู้ว่ามีสัมผัสอบอุ่นมาลูบศีรษะปลอบโยนอีกครั้ง
พี่ค้างด้วยไม่ได้นะครับ อยู่คนเดียวอย่างอแงนะ"
ผมพยักหน้ารับรู้ พี่ต้องกลับไปหาคนของพี่ผมเข้าใจดี
"ริวยังไม่ตื่นอีกเหรอ นอนนานๆพี่ก็จับจุมพิตให้ตื่นสิครับ"
"เจ้าหญิงตื่นแล้วหล่ะ แต่ก็ยังขยับตัวไม่ได้มาก นอนมาสามปีสงสัยลืมวิธีการเดินไปหมดแล้วหล่ะ นี่พี่ก็จะกลับไปนวดให้กล้ามเนื้อคลายๆไปบ้าง ส่วนการหัดเดินโรงพยาบาลเค้าก็มีนักกายภาพมาช่วยเหลือทุกวันอยู่ ความจริงบางครั้งพี่ก็เดินเข้าไปเฝ้าได้อย่างเดียวไม่มีไปช่วยอะไรเค้าเพิ่มหรอก แค่ตื่นพี่ก็ดีใจมากแล้ว"
พี่เคย์โตะบอกออกมา พี่ผละจากผมไปเปิดตู้เย็นหยิบแผ่นเจลประคบตาส่งมาให้ผม
"ริวจัง...มีความสุขดีใช่มั๊ยฮะ?"
"ริวไม่โกรธน้องหรอก เชื่อพี่นะคนดี น้องรู้มั๊ยว่าตอนเขาลืมตาขึ้นมาเขาแทบพูดไม่เป็นคำเพราะคอแห้งจากการไม่ได้ใช้เสียงมานาน แต่ริวเปลี่ยนไปเยอะ ริวไม่ใช่คนเอาแต่ใจชอบเอาชนะและขี้อิจฉาเพื่อนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ริวหน่ะอยากพบน้องจะตาย แต่น้องสอบเข้ามหาลัยอยู่เขาก็ห้ามไม่ให้พี่บอกน้องเรื่องที่ตื่นนั่นแหละ กลัวไม่มีสมาธิเขาบอก ฮะๆ"
"พี่ห้ามทิ้งเพื่อนน้องนะ"
ผมส่งสายตากดดันไปที่พี่ ถึงพี่จะบอกผมว่าไปหาริวทุกวัน แต่ใจพี่ผมไม่รู้เลยว่ามีสักวันไหมที่จะรู้สึกกับริวได้มากกว่าคำว่าสงสาร
"พี่...รัก"
"ริว"
"ครับ พี่รักริว..."
พี่จูบเปลือกตาผมเบาๆ แล้วเดินออกจากห้อง ทิ้งให้ผมนั่งมองเจลประคบลดบวมนั้นด้วยความรู้สึกที่แปลบปร่าในใจ
ผมทำเรื่องเห็นแก่ตัวกับพี่มาตลอด
แต่พี่ก็ทำให้ผมแน่ใจว่า เราสองคนนั้นมีบางอย่างที่เชื่อมต่อถึงกัน และถ้าอยู่ใกล้กันมากกว่านี้มันอาจจะแสดงออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ม่านบางๆของความสัมพันธ์พี่น้องที่กั้นเราอยู่ ผมได้แต่กันตัวเองออกมาเงียบๆ ผมไม่สามารถเห็นแก่ตัวได้อีกแล้ว เพราะถ้าผมกับพี่ไม่รีบหยุดมัน พี่จะกลายเป็นคนเนรคุณขึ้นมาทันที
++++++++++++++++++++++++++++++
กี่วันแล้วที่ผมไม่ได้ออกไปจากบ้านนี้
หลังจากที่พี่กลับไป
ผมกระชับผ้าห่มผืนหนาเข้ากับตัวให้แน่นขึ้น
จู่ๆเสียงเปิดประตู่ห้องก็ดังขึ้น
ทั้งที่ผมสั่งไปแล้วว่าห้ามให้ใครเข้ามาในห้องนี้ ถ้าหิวข้าวผมจะบอกเอง
กำลังจะผงกหัวขึ้นไปด่าบอร์ดี้การ์ด...
ไอ้อ้วนมันเดินอาดๆเข้ามาในห้องส่วนตัวของผม มือกระชากผ้าห่มที่ผมซุกอยู่ทั้งคืนให้หลุดขึ้นไป เอาฝ่าตีนยันเบาๆที่สะโพก ปลุกเถื่อนสม่ำเสมอจริงนะสัดอ้วน!!
"เหี้ยหนิ! ปล่อยกูดราม่ามั่งได้มั๊ย กวนแต่เช้าจริงมึง"
"มึงก็ตื่นง่ายๆเหมือนชาวบ้านร้านตลาดซะมั่งสิ ไม่ใช่ได้กูแล้วจะใช้ให้ทำตัวเป็นนาฬิกาปลุกทุกคืนนะสัด"
มันถอนหายใจเหมือนผู้หญิงโดนข่มขืนแล้วฝ่ายชายรับเข้าบ้านมาเป็นเมียทาส ไอ้สัดนี่ หน้าระรื่นไปมั๊ยมึง
"มาทำไม มึงไม่ต้องไปตรวงานตรวจการอ่ะ? "
สันดานเสียตอนเรียนก็โดดเรียนตอนทำงานก็โดดงาน
ไอ้อ้วนเอนตัวลงนอนง่ายๆข้างๆกองผ้าห่มที่มันดึงออกไปจากตัวผมเมื่อครู่
"ก็มึงยังไม่ตื่นมาเตรียมตัวไปเรียนเลย กูก็ทำตามมึงสิ"
ไอ้เหี้ย!!! ตอแหลตีหน้าเศร้าได้น่าเอาตีนนาบหน้ามาก
"กูไม่ได้ตัวติดกันกับมึง ไม่ต้องมาเปรียบเทียบกะกู อีกอย่างวันนี้กูไม่มีเรียนโว๊ย ช่วงนี้มีเทศกาลรับน้องขี้เกียจไปนั่งฟังรุ่นพี่บ่น"
มันไม่ยอมปล่อยให้ผมดราม่าจริงๆ
"อีกสองสามนาทีถ้ามึงไม่ลุกจากที่นอน มึงได้ตัวติดกับกูแน่ไอ้เตี้ย"
แม่งงงงง!! ผมมองตามสายตาหื่นขั้นแม็กซ์ของมันมาหยุดตรงกลางลำตัวที่ชี้โด่ชี้เด่เคารพธงชาติเหมือนทุกวัน มันเป็นปกติของผู้ชายทุกคนอยู่แล้วนะผมว่า ตื่นนอนก็คึกคักเข้าห้องน้ำไปชักเดี๋ยวก็สงบลงแล้ว....แต่จากสายตาไอ้อ้วนนั่นผมรีบผลุนผลันวิ่งเข้าห้องน้ำไปจัดการยูริน้อยก่อนที่จะตัวติดกันกับมันทันที
แม่งหื่นตลอดช่วงนี้
"เขาว่ากันว่าถ้าชักให้แตกไปรอบนึงแล้วรอบต่อไปจะอึดขึ้น มึงอยากลองบ้างมั๊ย"
มันตะโกนไล่หลังมาติดๆ เหี้ยหนิ!
...................................
อ้วนมันนั่งอยู่ที่ตีนบันได
โซฟามีให้นั่งก็ไม่ยอมนั่ง
มันหัวเราะคุยโทรศัพท์รุ่นเดอะ แจ๊วๆเหมือนหมาน้อยอ้อนเจ้านาย
"ค๊าบๆ สัญญาว่าพรุ่งนี้จะทำงานเพิ่มเป็นสามเท่าเลย พอใจยัง"
"อือฮึ ถ้าอยู่ในโอวาทเหมือนยูโตะมันก็ดีสิ "
"อยากมัดติดไว้กะพุงไม่ให้ไปไหนเลย"
"สัญญาแล่วน่าาาา"
"เคๆ เดี๋ยวขโมยสตอว์เบอร์รี่แถวนี้ไปให้"
"งอนผมก็ไม่ง้อหรอกนะคนสวย ไปงอนยูโตะไป๊"
"ฮ่าๆๆๆๆ ไปทำงานเร็วๆคุณเลขา"
ผมทำเป็นไม่เห็นสีหน้าระรื่นของมัน ก้าวขาสั้นๆพาตัวเองไปหยุดยืนอยู่ที่โซฟาใหญ่ แต่น้ำตาที่มันรื้นๆขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กลับทะลักออกมาเพียงเพราะเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
"อ้วนมึงมาเปิดแคมป์ที่บ้านกูได้กี่วันแล้ว"
กองหนังสือโป๊กับห่อขนมเป็นลังๆวางเรียงรายล้อมร้อบผ้าห่มผืนหนาและหมอนกองโต อย่าบอกนะว่ามันมานอนที่นี่ได้เป็นอาทิตย์แล้ว
"ก็ตั้งแต่พี่มึงออกไปแหละ ก่อนจะไปมันก็ไปหากูแล้วเสนอสถานที่ตั้งแคมป์สุดพิเศษไม่คิดค่าเช่า กูก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว เห๊ย มึงอย่าร้องไห้สิวะ สัดหนิ กูไม่ได้เต็มใจมาหรอกน่า มึงจะร้องไห้เสียใจทำไมเนี่ย"
มันลนลานวางมือถือไว้ข้างตัวถลันเข้ามาหาผม เหมือนตัวเองเป็นคนทำให้ผมร้องไห้เสียอย่างนั้น จริงๆก็มันนั่นแหละตัวการเลย
"บ้านช่องมีก็กลับไปนอนเตียงอุ่นๆสิ มานอนเกะกะบ้านคนอื่น"
ผมแว๊ดใส่ ทั้งที่น้ำตามันยังไหลออกมาไม่หยุดเนี่ยแหละ
อ้วนมันใช้นิ้วปาดไอ้ที่ไหลพรากๆนั้นให้อย่างทะนุถนอม มันยิ้มเหมือนไม่สะทกสะท้านอะไรเลย
"แล้วมึงจะอยู่กับใครละไอ้เตี้ย อย่างน้อยตอนนี้มึงก็อยู่กับกูไง มึงหน่ะพวกขาดความอบอุ่น กูนี่แหละความอบอุ่นของมึง วันนั้นกูยังทำมึงอุ่นจนร้อนเลยจำไม่ได้เหรอ"
สัด!! เคยซึ้งกะใครเค้าเกินห้าประโยคบ้างมั๊ยเนี่ย
"ไม่ต้องเลยมึงอ่ะ ถ้าแม่กูไม่บังคับมึงก็ไม่ทิ้งงานการระดับชาติของมึงมาดูแลกูหรอก"
ผมพูดถากถางมัน ตอนนี้เราสองคนยืนแง่งอนกันเหมือนพระเอกนางเอกอินเดียจนผมรับไม่ได้ซะงั้น
"กูทำงานไปด้วยเลี้ยงเด็กไปด้วยได้น่า มึงก็รู้ว่ากูหน่ะ...อึด!"
ไอ้อ้วนสมองควายนี่!มึงจะทำให้กูหน้าแดงกับคำพูดหลายแง่หลายง่ามนั่นใช่มั๊ย
ผมกับมันหน่ะนะ...
ไม่หวานแม้แต่นิดเดียว
ปากก็หมาทั้งคู่
คุยกันทีไรแห่กันมาทั้งสวนสัตว์
แต่มันหน่ะนะ...
ความอบอุ่นของผมแหละ
..........................จบ.....................
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

อ่านแล้ววววววววว หลังจากที่รอคอยมานาน แลดูจะรักกันแบบดุเดือดเนอะคู่นี้
ตอบลบนี่แอบตัดจบด้วยความขี้เกียจป่ะเ้นี่ย ไหงอิเม่นมันยอมปล่อยน้องง่ายจัง
ห่วยยย ยามะจังมาแค่เสียงงงงง
ตอบลบอ่า ลืมเม้น 55+ อ่านไปนานล่ะ
ตอบลบชอบจังเลยเรื่องนี้ น่าจะมีต่อนะ (แต่เข้าใจว่าป้าเจนขี้เกียจ)
สรุปว่าได้กัน แล้วสรุปว่าชี่เจ็บเพราะอิอ้วน ไม่ใช่ที่ถูกรุมโทรม 555+
เออ หนอ แล้วไม่มีฉากที่กล่าวถึงนี่เหรอ 5555+
หวานแบบห่ามๆ น่ารักดีๆ^^