กลอนสุภาพ
วิถีชีวิตคนไทยหันหน้าไปทางไหนก็มีแต่กลอน เรียกว่าเกิดมากับร้อยกรองเลยก็ว่าได้
ตั้งแต่เกิดจนตายถ้าเรียนโรงเรียนรัฐบาลต้องมีชีวิตอยู่กับกลอนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง...แม้ว่าจะยกเลิก สลน.กพอ.สปช. แต่ก็ไม่ได้ยกเลิกแบบเรียนภาษาไทยนี่เนอะ
(ใครเกิดทันแบบเรียนชุด มานีมานะปิติชูใจ จะพบว่าแต่งเป็นกลอน)(ส่วนตัวทาคาเจนเกิดไม่ทัน *ยิ้มชั่ว*...เพราะเป็นรุ่นแรกที่ใช้แบบเรียนชุดแก้วกับกล้า ตามารถไฟ)...อย่าเรียกว่าแก่...ให้เรียกว่าเกิดก่อนไม่กี่ปีนะคะ นะคะ
กลอนสุภาพเป็นซับเซ็ทของวงกลมวงหนึ่งที่เรียกว่า/กานท์/...(หมายรวมกานท์เป็นคำประพันธ์ประเภทร้อยกรองทั้งหมดเลย)
กานท์ ท.ทหารการันต์ มีซับเซ็ทย่อยๆออกมาอีกคือ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย ลิลิต ลำนำ กลบท...(ไม่แม่น โปรดใช้วิจารณญาณในการเชื่อถือข้อมูล)
แต่เราจะมาพูดถึงชนิดคำประพันธ์ที่เป็นหัวข้อหลักของเรา นั่นคือ กลอน..ซ
กลอนแบ่งได้อีกเยอะมาก...ทั้งกลอนดอกสร้อย กลอนสักวา กลอนบทละคร กลอนเปล่า กลอนตลาด ฯลฯ ไม่ไหวจะจดจำ(สอบเสร็จแล้วจงส่งคืนครูบาอาจารย์)
อุปกรณ์...
- กระดาษ
สวยไม่สวยปล้วแต่จะสรรหา ได้ทั้งกระดาษเงิน กระดาษทอง กระดาษทิชชู่ กระดารองก้นซาละเปา หรือจะเอากระดาษคำตอบมาใช้ก็แล้วแต่ปัญญาจะนึกได้ ถ้าไม่มีอนุโลมให้ใช้กระดานดำ
-ปากกาหรือดินสอ
แท่งนึงใช้ได้หลายครั้ง ถ้าไม่มีแนะนำให้ขโมยเพื่อนโต๊ะข้างๆ
-พจนานุกรมนักเรียน
ที่บอกว่าพจนานุกรมนักเรียนเพราะถือง่ายหายคล่องกว่าพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ขวเางหัวหมาแล้วไม่ตายเป็นใช้ได้ ถ้าไม่มีแนุโลมให้ใช้กูเกิ้ลได้
เมื่อท่านมีอุปกรณ์ในมือครบแล้ว
วางอุปกรณ์ทั้งสามชิ้นลงบนโต๊ะ แล้วเอาขาตะกายตัวพาพุงอันหนักอึ้งขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ได้แล้ว....
1.คิดหัวข้อ
2.คิดไม่ออกก็ปล่อยมันไป
3.ทำใจให้สงบ
4.กินวีต้าพรุนสกัด
5.ไปนอนซะ!!!
.................โปรดติดตามตอนต่อไป...........
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น