
KeiDai & OkaRyu
เสียง ขลุ่ยแว่วผิวมาตามลมเป็นสัญญาณนัดพบ สองหนุ่มหน้าหวานแห่งท้องทุ่งเฮเซ ก็พากันลอบออกจากกระท่อมปลายนาของพวกมันลัดเลาะไปตามสุมทุมพุ่มหญ้า อาศัยแสงนวลจากดวงจันทร์นำทางไปพบคนที่เป่าขลุ่ยเรียกพวกมันกันอย่างเร่งรีบ
“เอ็งเป็นอันใดไอ้ได ลุกลี้ลุกลนเหมือนไม่อยากออกมาเสียนัก”
ไอ้ ริวลูกผู้ใหญ่กี้กับแม่สึ เอ็ดพี่ชายมันเสียงค่อย เห็นท่าทางกระสับกระส่ายแล้วเคืองลูกกะตาน่าถีบตกท้องร่อง เห็นทำสีหน้าดีใจอยู่เมื่อคราวไอ้ชินมันวิ่งมาบอกว่าเจอไอ้เคที่ตลาดตอนไป ขายผักบุ้ง หลังจากนั้นไอ้ริวก็เห็นไอ้ชินมันลากไอ้ไดไปหลังกองฟางกระซิบกระซาบกันครู่ หนึ่งหน้าพี่ชายมันก็ซีดไม่มีสีเลือดจนค่อนรุ่ง
“เอ็งไม่มาเป็นข้าเอ็งไม่รู้ดอกไอ้ริว”
ไอ้ ตัวปัญหาค้อนขวับๆใส่หน้าน้องมัน ไอ้ริวมันอยากจะบอกใจจะขาดว่าอย่างไอ้ริวไม่อยากเป็นไอ้ได้ให้โดนพ่อผู้ใหญ่ จับคลุมถุงชนกับลูกสาวกำนันฮิกดอก แต่มันก็ยั้งปากไว้ได้ หากมันพูดไปไอ้ไดมันแก้แค้นคืนยุให้พ่อผู้ใหญ่กี้จับมันแต่งงานกับลูกสาวอีก คนของกำนันฮิกมันก็แย่นะซี
“เอ็งมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจ กับไอ้เคก็รีบไปเล่าให้มันแจ้งต่อหน้ามันเสียวันนี้เถิดไอ้ได จะเอามือมาจับชายเสื้อข้าทำไมแน่นนักไอ้พี่เวร เดี๋ยวข้าถีบตกคันนาเสียนี่”
ยังไม่ทันขาดคำไอ้ริว ไอ้ไดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของผู้ใหญ่กี้ก็พลาดตกลงไปในร่องคันนาก้นกระแทก
“โอ๊ยยยย ไอ้ริวข้าเจ็บ คงเดินไปกับเอ็งไม่ไหวดอก”
ได้ คนเจ้าแผนการตะโกนเสียงค่อยน้ำตาไหลพรากๆเหมือนสั่งได้ ไอ้ริวได้แต่ระอาพี่มันแล้วเดินลิ่วๆออกนำก่อนไม่ได้สนใจนัก จำอวดประเภทนี้ไอ้ไดเล่นเวลาอ้อนพ่อผู้ใหญ่จนไอ้ริวมันจับได้ไล่ทันเสียแล้ว
“เอ็งจะไม่มาก็ตามใจ ข้าไม่รับปากเอ็งนะว่าถ้าข้าไปถึงที่ตรงนั้นแล้วจะไม่อ่อยผัวเอ็ง”
ไอ้ ไดทำอิดออดอยู่ชั่วประเดี๋ยวก็ลุกขึ้นปัดเศษดินเศษหญ้าออก เดินตามหลังน้องมันกระย่องกระแย่ง นี่ถ้าไม่กลัวไอ้ริวมันได้ผัวสองคนมันคงไม่เดินตามมาดอกนะ ชิส์
เพียง ชั่วลัดนิ้วมือเดียว ไอ้ริวและไอ้ไดก็เห็นแสงเทียนจากกองฟางใต้ต้นขนุนกลางนา มันสองคนเร่งฝีตีนไปใกล้ๆเห็นไอ้หนุ่มรูปกายกำยำล่ำสันคนหนึ่งขะมักเขม้นกับ การเอาเชือกกล้วยมัดกองหญ้าสดที่คงจะเกี่ยวไปให้อีจินอีเมะควายที่บ้าน ปากมันก็พร่ำบทกลอนไปพลาง
“ไอ้หนุ่มทุ่งเยี่ยงข้าหน้าไม่ใส ทั้งเหงื่อไคลหมักหมมกันมันไม่หอม
แต่กายข้ารักเจ้าจริงใช่สิ่งปลอม ถ้าริวยอมเป็นเมียข้าจักว่าไง...”
“ข้าจะอ๊วกวะไอ้เม่น”
อีก หนึ่งหนุ่มที่อาศัยแสงจากเทียนดวงจ้อยนั่งพิงโคนขนุนอ่านหนังสือของมันไปตาม ประสา อดเย้าเพื่อนหนุ่มของมันไม่ได้ ไอ้เม่นมันขี้อาย แต่มันอายเฉพาะต่อหน้าไอ้ริวเท่านั้นแหละ พอลับหลังไอ้ริวแล้วมันก็เอามาฝันหวานอยากทำเยี่ยงนั้นเยี่ยงนี้ให้ไอ้เคฟัง อยู่เนืองๆ
ส่วนไอ้ริวที่แอบมาทันได้ยินคนรักมันว่าก็หน้าแดงราวเลือดขึ้นสมองไปแล้ว
“หากพี่รักข้าจริงอย่านิ่งเฉย คนเคยเคยไยไม่แจ้งแถลงไข
ข้าก็อ่อยอยู่ทุกวันฉันท์ใด อย่ากระไรหากกล้าขอข้าก็ยอม...”
“ข้าจักอ้วกเป็นเพื่อนไอ้เค”
ไอ้ไดที่กะแผลกๆมาถึงทีหลังทำสีหน้าผะอืดผะอมเต็มกำลัง เลี่ยนกับมันทั้งคู่ยิ่งกว่าอื่นใด กลบความกลัวไปเสียหมด
“พี่เม่น”
“ไอ้ริว”
ไอ้หนุ่มทุ่งคู่ชวนอ้วกโผเข้าหากันและกันด้วยความคิดถึง ส่วนไอ้เคมันแค่เหลือบตามองไอ้ไดชั่วครู่แล้วหันไปสนใจพระอภัยมณีในมือมันต่อ
“ไอ้เค ข้าเป๋อยู่เอ็งไม่เห็นรึ สนใจแต่หนังสืออยู่นั่นประเดี๋ยวก็กลับเสียนี่”
ไอ้ไดตะคอกผัวมันอย่างหัวเสีย ไอ้เวรนี่ก็ไม่มีความหวานอะไรกับเขา หน้าตางอนๆนั่นก็ชวนให้ไอ้ไดหมั่นไส้อยู่ไม่น้อย
“เอ็งเป็นอันใดไปรึไอ้ได”
ไอ้เม่นถามเสียแทน ไอ้ริวเชิดหน้าหมั่นไส้ความเป็นสุภาพบุรุษของไอ้เม่นคนรักเสียเต็มประดา
“ไอ้ไดมันตกร่องคันนา ฮึ... แล้วนั่นหญ้าแค่นั้นจะพอให้อีจินอีเมะมันกินรึพี่เม่น ข้าเห็นอีจินมันชอบแย่งอีเมะกินอยู่ทุกคราว”
ใคร จะอยากให้พี่เม่นไปสนใจคนเจ้าแผนการอย่างไอ้ไดกัน ไอ้ริวจึงทำเป็นชี้ชวนให้ไอ้เม่นไปเกี่ยวหญ้าเพิ่มให้อีจินอีเมะที่แถบเนิน ฟูจิซังฝั่งกระนู้น
....
“...”
“.........”
...
“...........”
“............................................”
...........
ตอน นี้เหลือเพียงความเงียบและเสียงจักจั่นจิ้งหรีดเรไรเท่านั้น ระหว่างที่ไอ้เคก็นั่งอ่านหนังสือเฉยอยู่หาได้ให้ความสนใจไอ้ไดเมียรักที่ ยืนเป๋อย่างนั้น จนไอ้ไดนึกน้อยใจผัวมันเสียเต็มประดา
“ถ้า เอ็งจะเรียกข้ามายืนดูเอ็งอ่านหนังสือเยี่ยงนี้ ข้าว่าข้ากลับไปนอนซุกผ้าห่มให้หายหนาวในกระท่อมยังจะมีความสุขากกว่า ไม่ต้องลงทุนเจ็บเนื้อเจ็บตัวเยี่ยงนี้”
น้ำเสียงมันแฝงแววตำหนิ ไอ้เคมันเด็กกรุงพ่อแม่มันก็รวยมีปัญญาส่งเข้าไปเรียนต่อถึงเมืองนอกเมืองนา แต่ไอ้เคมันเสือกใฝ่ต่ำมาคบไอ้ไดเป็นเพื่อนแบบนี้ แค่นี้ก็น่าจะเป็นพระคุณของมันล้นเหลือแล้ว อย่างไอ้ไดจะไปมีอำนาจวาสนาอันใดไปต่อกรกับไอ้เคมันได้ คราวตกเป็นเมียมันก็โดนมันบังคับ บอกใครไม่ได้เสียด้วยซ้ำคราวสาวๆฝากความคิดถึงไปหาผัวมัน
“เอ็งเจ็บขาแล้วทำไมเอ็งไม่นั่ง”
ไอ้เคมันถามเสียงเรียบๆ กดดันไอ้ได
“ข้ายืนรอให้เอ็งมาดูดำดูดีข้าอยู่”
ไอ้ เคมันถามตรงๆ ไอ้ไดมันก็ตอบตรงๆเช่นกัน ไอ้คนปั้นท่าทีเฉยชามตลอดกระตุกริมฝีปากอยากจะหัวเราะเสียให้ฟันหัก ก็มันเป็นเสียเยี่ยงนี้ไงไอ้เคถึงได้หลงมันหัวปักหัวปำ
“เอ็งนี่น้า...”
ไอ้เคส่ายหัวกับความรั้นของเมียมัน แต่ก็ยอมปิดหนังสือวางไว้ใกล้ขลุ่ยไม้มะขามของพ่อ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มตัวบิดขี้เกียจไปมา
ไอ้ไดเบ้หน้าเหมือนคนร้ายเตรียมตัวมาโดนลงทัณฑ์
“เอ็งรู้ตัวหรือไม่ว่าข้าทำเย็นชากับเอ็งด้วยเรื่องอันใด”
ไอ้เคมันกอดอกพิงโคนขนุนถามไอ้ไดเสียงห้วนขึ้นจมูก
“ไอ้ชินมันบอกข้าแล้ว”
“บอกว่า...”
มันกดดันเมียมันต่อด้วยเสียงต่ำๆ ไอ้ไดก้มหัวน้ำตาคลอๆที่ลูกตามันเรื่อยๆ
“บอกว่า เจอเอ็งที่ตลาด เอ็งถามถึงข้ามันเลยเผลอบอกเอ็งไปว่าเดี๋ยวนี้ข้ามีเพื่อนเลี้ยงความเป็นไอ้ หนุ่มนักเรียนกรุงแล้ว ที่สำคัญพ่อข้าก็กำลังจะดองกับบ้านกำนันฮิกด้วย”
“มันบอกเอ็งหรือไม่ว่าข้ารู้สึกยังไงตอนที่ข้าได้ฟังมันพูด”
ไอ้เคคำรามขบฟันกรอด จิกเล็บยาวของมันเข้าที่ต้นแขนตัวมันเองจมเนื้อเพื่อสะกดกลั้นความหึง
“มัน.... มัน บอกว่าเอ็งถีบกระจาดผักบุ้งของมันจนกระจาย”
ไอ้ เคตวัดคว้าตัวของไอ้ไดมากอดไว้กับอกแกร่ง เรื่องดองกับบ้านกำนันฮิกมันดีใจไปกับไอ้ไดด้วย เพราะอีชี่ลูกสาวคนรองของกำนันฮิกก็เป็นคนดี ที่สำคัญคือให้ไอ้ไดได้ทำตัวเป็นลูกกตัญญูสักครั้ง มันยินดีด้วยใจ
“เพื่อนใหม่เอ็งคือใครบอกข้าได้หรือไม่”
“อ้บุลูกชายคนโตกำนันฮิก”
ไอ้ไดบอกจบ มันก็โดนไอ้เคจูบปิดปากลงทันที
ใครจะรู้ว่าไอ้บุมันหลงรักไอ้ไดมาพร้อมกันกับมัน นี่แหละที่ไอ้เคกลัวจับใจ
ไอ้บุลูกชายกำนันฮิก
TBC……
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น