หน้าเว็บ

9 สิงหาคม 2554

[KeixDai]-หัวใจที่ถอดวาง


[KeixDai]-หัวใจที่ถอดวาง

               
                หัวใจดวงหนึ่งซึ่งก่อนแต่เคยทะนง
หัวใจยืนยงเจอะเธออ่อนลงทุกที
แต่ก่อนดวงใจเลือดเย็นไร้ความปราณี
จึงมีแต่ผยอง...
                ขอสารภาพไถ่บาปให้คลายพะวง
ฉันวางใจลงที่เธอโปรดจงหันมอง
เมฆที่มัวหม่นไม่นานฝนโปรยละออง
ลบรอยหมองใจ..............................


                “วันนี้พักก่อนดีกว่ามั๊ย หน้านายดูเซียวๆลงไปนะไดจัง”
มือใหญ่แตะตรงหน้าผากเนียนตรงหน้าอย่างห่วงใย ความสนิทชิดเชื้อที่เหมือนพี่น้องไม่ได้ทำให้เกิดความกระอักกระอ่วนใจสักนิดต่อคนทั้งคู่
ไดกิเป็นเพื่อนสนิทเรียวสุเกะคนรักของยูยะ ไดกิก็เหมือนน้องของยูยะคนนึงเช่นกัน
และเพราะความเป็นห่วงที่ฉายแววออกมาจากดวงตาอบอุ่นคู่นี้  ทำให้ Hey!Say!JUMP ต้องยกเลิกการทำงานในส่วนของวันนี้ ร่างบางก็ต้องยอมรับความห่วงใยจากเพื่อนๆด้วยความเกรงใจ
                “อย่าดื้อเชียวนะ นอนพักผ่อนให้เยอะๆ เดี๋ยวฉันกับเรียวสุเกะจะแอบไปดู ถ้าไม่อยู่ในห้องมีเรื่องแน่”
ย้ำคำขู่แฝงแววกระเซ้า พร้อมใบหน้าเคร่งขรึมที่แสร้งทำก็เรียกรอยยิ้มขันบนหน้านวล
แต่พอลับหลังแผ่นหลังทุกคนในวงไป ใบหน้าคลี่ยิ้มของไดกิก็พลันเศร้าซึมลง เขาพาร่างที่ดูคล้ายหนักอึ้งกว่ายามไหน เย็นยะเยือกกว่าทุกครั้งกลับห้องพักตน เพื่อสะสางความอึดอัดที่สุมแน่นอยู่ในอกนี่เสีย...สะสางและกำจัดมันให้หมดไป เสียอย่าได้หลงเหลือเอาไว้อีก

                “ทำท่าซึมทำไมหล่ะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำดังจากความเงียบสงัดที่ไร้ผู้คน เสียงที่ทำให้สองเท้าชะงักงันชาวาบโดยไม่ต้องหันกลับไปมองว่าใครกันที่ยืน อยู่ด้านหลังตน
ปลายรองเท้าหนังสืบก้าวเข้ามาใกล้  เสียงของมันสะท้อนก้องในสมองของ ไดกิอย่างน่าประหลาด ลมหายใจร้อนจัดฟาดปะทะข้างแก้มเมื่อใบหน้างามก้มลงมาเอ่ยกล่าวข้างใบหูเล็ก จากด้านหลัง
                “เพราะทาคาคิมันไม่เดินไปส่งที่ห้อง ก็เลยเสียใจสินะ”
เคย์ปรายตามองร่างที่นิ่งเงียบ ไม่มีแม้แต่คำเดียวตอบโต้ ไม่มีแม้แต่หางตาที่จะแลมามอง นิ่งราวตุ๊กตาที่เย็นชืดถูกแกะสลักเอาไว้
ความนิ่งเฉยราวกับไม่ใส่ใจในการปรากฏตัวของเขาก็จุด ไฟในอกที่ดำมืดให้ลุกวาบในทันใด อุ้งมือเขาตวัดคว้าข้อมือเรียวกระชากให้ตามเขาที่เดินนำไปโดยไม่มีคำอธิบาย ใดทั้งสิ้น
ไม่สนใจแม้กระทั่งเสียงเรียกให้เขาหยุดการกระทำเรื่องบ้าๆนี่เสีย
                “ปล่อยนะอิโน่ เคย์ จะทำอะไรของนายกันแน่”
                “พานายไปพักผ่อนตามที่มันต้องการไงหล่ะ”
แม้แต่คำพูดก็ยังเรียกให้ความหวั่นครอบคลุมไปทั่ว ร่าง ไดกิพยายามยื้อมือของตัวเองออก ระแวงมองไปรอบตัวด้วยกลัวคนของชายตรงหน้าจะเห็นภาพนี้






“ผมรักอิโนะจัง”
ชิเนน ยูริ พูดบอกมาแบบนั้นในขณะที่เขากำลังทะเลาะกันเพราะความหึงหวงงี่เง่าของไดกิเอง
“ผมจะไม่มีวันทำให้อิโนะจังต้องสียใจ ไดจังเป็นเพื่อนสนิทเค้าช่วยเป็นพ่อสื่อให้ผมหน่อยน้า”

แล้วสิ่งที่ไดกิทำเพื่อให้คนที่ตัวเองรักได้พบเจอคนที่จะเข้าอกเข้าใจเขาก็คือ
ยาบุ โคตะ...

“นะยาบุ ถ้าไม่ใช่นายชั้นก็ไม่รู้จะไปขอร้องใครจริงๆ”
ไดกิได้แต่อ้อนวอนยาบุทั้งน้ำตา ยาบุยืนทำหน้าลำบากใจหันไปสบตากับฮิคารุน้อยๆอย่างอึดอัดเต็มกำลัง
“นายต้องทำถึงขนาดนี้เพื่ออะไรกันไดจัง ฉันไม่เข้าใจ เพื่ออะไรทำไมต้องลงทุนทำให้เคย์มันเข้าใจผิดถึงขนาดนี้”
“เพราะฉันรู้ตัวดีว่าไม่มีวันที่เคย์จะมีความสุขถ้าอยู่กับฉันไง ฮิคารุนายก็รู้”
ฮิคารุพยักหน้าน้อยๆเป็นเชิงสนับสนุนคำพูด แต่นั่นก็เพียงแค่นั้น เขาไม่เห็นด้วยในสิ่งที่ไดกิทำ และไม่เห็นด้วยถ้าจะคิดว่าคนอย่าง ชิเนน ยูริ จะทำให้เคย์มีความสุขมากกว่าไดกิ


ไดกิอาจจะคิดเล็กจนเกินไป แต่วิธีเดียวที่จะทำให้เคย์เลิกกับเขาได้ก็คือเขาต้องไปมีคนรักใหม่และขอ เลิกกับอีกฝ่าย แต่คนรักใหม่ที่ไดกิเลือกอาจจะเป็นคนใกล้ตัวเกินไป เพราะเมื่อไดกิคุยกับฮิคารุและยาบุจบ เคย์ซึ่งน่าจะรู้ข่าวจากรียวสุเกะก็พรวดพราดเปิดประตูเข้ามาและมองกราด เพื่อนสนิททังสองคนจนไดกิสะดุ้ง
“เข้ามาทำไม”
ตะคอกออกไปทันที มองอีกฝ่ายหน้าบึ้ง เคย์กระชากเพื่อนทั้งสองออกไปแล้วล๊อกห้องซ้อมก่อนที่ไดกิจะหน้าชาไปทั้งแถบ เมื่อฝ่ามือหนาๆตบลงมาไม่ยั้งแรงสักนิดเดียว
“สกปรก!!! แม้แต่เพื่อนกูมึงยังเอากับมันได้”
ประโยคนั้นเป็นเหตุให้ไดกิเงยหน้าใส่ตาอีกฝ่ายทันที แม้ว่าหน้าจะชาจบไม่รู้สึกใดๆแต่ก็ยังทำยักไหล่ไม่แยแส กระชากชุดนักศึกษาของเคย์ลงมาทับร่างตัวเองอย่างประชดประชัน
“ที่ผ่านมานายก็รู้ว่าฉันร่านขนาดไหน ทำไมถึงเพิ่งทำท่ารังเกียจตอนนี้หล่ะ ถ้าฉันมันสกปรกนักก็เลิกกันซะเลยสิ เลิกกันเลย”
ร่างสูงขบกรามแน่นจนเป็นเสียงกรอด ตาวาวไปด้วยเพลิงโทสะ
“กูเลิกกับมึงแน่ไม่ต้องห่วง ของชั้นต่ำเปลี่ยนเจ้าของง่ายอย่างนี้กูไม่เก็บเอาไว้ให้เป็นเสนียดตัวกูหรอก”
“เมื่อไหร่จะเลิก เมื่อไหร่นายจะปล่อยฉันไป”
แววตาแน่วแน่นัก ปล่อยฉันเถอะเคย์ ปล่อยฉันซะ ฉันไม่มีอะไรให้นายภาคภูมิใจหรอก ถ้าต้องอยู่ด้วยกันต่อไปแล้วทำให้นายต้องร้องไห้ เป็นฉันแทนได้มั๊ยที่จะขอเจ็บจนตายเพียงคนเดียว
“จนกว่ากูจะพอใจ”
เจ้าของเขาพูดแบบนั้น และร่างสูงก็ถือโอกาสตะปบร่างงามอย่างตะกรุมตะกรามด้วยแรงอารมณ์
แล้วอย่างไดกิจะต้านทานอะไรได้ ไม่ใช่แรงอันน้อยนิดกว่า เพราะเขาก็เป็นผู้ชาย ถึงจะตัวเล็กแต่ก็ยังเป็นผู้ชายสามารถสู้กับคนตรงหน้าได้อย่างสูสีถ้าจะเอา เข้าจริงๆ แต่เพราะตัวเขาต่างหากที่ร่ำร้องอยากได้อ้อมกอดนี้ แม้ว่าจะเป็นอ้อทกอดที่เชี่ยวกรากไปด้วยพายุโทสะ แต่เขาก็ยังยินยอม
ไดกิหลับตาพริ้มครางแผ่ว เมื่อร่างทั้งสองสอดประสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งเจ็บทั้งคับแน่นจนพูดไม่ออก เคย์ไม่ได้ถนอมเขาอย่างเคย เขาเข้าใจ แต่ปฏิกิริยาโอนอ่อนของเขากลับไปกระตุ้นภาพที่เขาพยายามฝังเข้าไปในสมองเคย์ เข้าอย่างจัง การสอดแทรกจึงทวีความรุนแรงขึ้นพร้อมคำเย้ยหยันจากปากสีชมพูสวย
“แม่งร่านนักนะมึง”
ก่อนพายุอารมณ์จะสงบนิ่ง พร้อมเสียงครางทุ้มนุ่มหูยามปลดปล่อย สติของไดกิก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวอีกต่อไป แว่ว...เสียงที่ขาดวิ่นจากการรับรู้เพียงน้อยนิด
“เกลียด...มึง”
ใช่สินะ เขาโดนเกลียดเสียก็ดี






ไดกิกระชากแขนให้หลุดออกจากคีมเหล็กร้อนๆได้แล้ว แต่ก่อนจะขยับตัววิ่งหนีไปอีกด้าน แขนแข็งแรงกลับตวัดคว้าจิกเล้นผมนุ่มละเอียดของเขาไว้จนหน้าแทบหงาย
น้ำอุ่นๆไหลมาออกันที่ปลายตา ไดกิพยายามเชิดหน้าเพื่อกล้ำกลืนมันให้ไหลย้อนกลับ เหมือนมันยังเจ็บหนักหน่วงในหัวใจ เพราะไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาจะลืมเคย์
 ในที่สุดร่างสูงก็พาเขาเข้ามาอยู่ในห้องพักส่วนตัวได้อย่างไม่ยากเย็น แล้วเขวี้ยงร่างลงไปกระแทกเตียงจนจุก
“นายกลับไปเถอะ ฉันไม่มีอะไรจะต้องพูดกับนาย”
คล้ายจะเป็นคำประชด หากสีหน้าของคนพูดจะไม่เย็นชาขนาดนั้น  เคย์ ทำเป็นไม่สนทั้งที่สะท้อนลึกอยู่ในอก สายตากวาดมองรอบๆห้องพักชั่วคราวสำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้อย่างแปลก ใจ ไดกิที่เขารู้จักเป็นคนรักความสะอาดจนถึงขนาดทะเลาะกับเขาแทบทุกครั้งที่ เคย์อยากเอกเขนกดูบอลยามดึกแล้วทิ้งห่อขนมไว้เรี่ยราด แต่นี่มันสะอาดเกินไปมั๊ย?...สะอาดจนเขาตกใจ เหมือนมีวี่แววการใช้งานเลยแม้แต่น้อย
แล้วความคิดก็วาบขึ้นไปถึงการกระทำในห้องซ้อมเมื่อ ครู่นี้ มือใหญ่ที่คอยลูบแก้มประคอง เคย์กัดฟันกรอดจนขึ้นเป็นสันนูนเมื่อสมองเขานึกไปว่าคนตรงหน้าไปนอนกับใคร ถึงไม่ได้ใช้ห้อง
เคย์กระชากร่างเล็กเต็มแรง แรงจนร่างบางๆนั้นล้มคว่ำลงไปกับเตียงนุ่ม ไดกิสะบัดแววตามองเขาอย่างปวดร้าวหัวใจเริ่มเต้นแรงลมหายใจหอบลงเรื่อยๆ เพียงแว่บเดียวเท่านั้น และก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร ร่างเล็กบางก็กลั้นใจซอยเท้าวิ่งออกจากที่นั่น
ภาพต่อจากนั้นที่เคย์ได้เห็นคือร่างงามก้าวไปได้เพียงสองสามก้าวแล้วล้มฟุบลงกระแทกพื้นอย่างแรงต่อหน้าต่อตา
“ไดจัง...”
เคย์เรียกเสียงสั่น ร่างสูงวิ่งไปประคองร่างคนที่เคยรัก ยังรักอยู่ และจะรักตลอดไป เขย่าอย่างลืมตัว
ร่างนั้นเหมือนกับหัวใจหยุดเต้นเสียดื้อๆ ทั้งร่างดูซีดไปหมดจนเคย์ใจหาย
“ไดจัง...”
น้ำเสียงของเคย์พร่า เช่นเดียวกันกับแววตา ความรู้สึกใดๆที่เขาเคยเก็บกดมันไว้ หักห้ามเรื่อยมาทลายลงเดี๋ยวนั้น เหมือนหัวใจของเขากำลังจะหยุดเต้นตามไปทุกที เสียงรอบตัวดังแว่วๆเหมือนมีใครผ่านเข้ามาพบ แต่เสียงช่างดังแว่วๆเหมือนห่างไกลแสนไกล
เกิดอะไรขึ้นกับไดจัง?
“เคย์ ปล่อยไดจังเดี๋ยวนี้นะ ถ้านายไม่ปล่อยเราจะพาไดจังไปหาหมอได้ยังไง”
เหมือนร่างเล็กของคนคุ้นเคย โถมเข้ามากอดซบหน้าร้องไห้อยู่บนอกเขา ทุกอย่างดูจะสับสนวุ่นวายจนเคย์ตามไม่ค่อยทัน แต่วงหน้าซีดเซียวเหมือนขาดเลือดของร่างบางยังติดตรึงในหัวเขาไม่หลุดไปไหน
เมื่อกี๊เหมือนได้ยินใครพูดว่าโรงพยาบาล
“ฉันขอโทษนะเคย์ ไดจังไม่ยอมให้ใครบอกนายเรื่องนี้”
และยามาดะ เรียวสุเกะก็วิ่งผลุ่บขึ้นรถพยาบาลตามใครอีกคนที่ขึ้นไปก่อนหน้า มือเล็กของยูริกำมือเขาแน่นอยู่อย่างนั้น ใบหน้างามก็ซีดและมีน้ำตาไม่แพ้กัน
“ผมไม่เคยรู้เลย ว่าไดจังกับพี่เป็นอะไรกัน”
ชายหนุ่มขบกรามแน่น อึดอัด อัดอั้นอยู่ในส่วนลึก และแม้อยากจะพูดอะไรออกมาบ้างแต่ปากมันก็แห้งเกินกว่าจะพูดอะไร ได้แต่กล้ำกลืนไว้อย่างยากเย็น มีคำถามมากมายอยู่ในใจเคย์ แต่เขาไม่รูว่าควรเริ่มจากจุดไหนดี แล้วใครคือคนที่จะตอบคำถามเขาได้บ้าง ครั้งหนึ่งเคยสงสัยเกี่ยวกับการเลี่ยนไปของไดกิ การเข้าออกโรงพยาบาลอย่างถี่นักในรอบสองปีที่เลิกกัน เฝ้าตั้งข้อสังเกตหลายๆอย่าง ไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องมันจะบานปลายมาถึงตอนนี้ มาไกลเกินกว่าที่เขาจะกลับไปแก้ไขอะไรได้ทัน
หัวใจเล็กๆนั่นกำลังจะฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็น






“ถ้าฉันตาย นายจะเสียใจมั๊ยนะ...เคย์”



ให้ฝน ซับน้ำตาหม่นเถิดหนา
ฟ้าหลังฝนสดใส
ยอดรัก หัวใจฉันจะวางไว้
ขออภัยโทษให้ฉัน.........
ระทมซมซานแทบจะกราบกรานเขาเมิน
ช้ำใจเหลือเกินอยู่อย่างเดียวดายทุกวัน
จะขุ่นจะเคืองอย่าเปลืองน้ำลายประจาน
เหมือนประหารใจ.......


…………………………………………………………………..END………………………………………………













ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น