13 ตุลาคม 2554
[SF] kimi+boku=LOVE (1/2)
[SF] kimi+boku=LOVE (1/2)
"สัดอ้วน สายนะแม่ง ถ้าไม่ติดมึงต้องไปประชุมผู้ปกครองแทนพ่อกูนะ ไม่รอหรอก"
ไอ้ตัวเล็กหน้าหวานยิ่งกว่าผู้หญิง ขี้บ่นยิ่งกว่าสาวแก่ บ่น บ่น บ่น และก็บ่น ทันทีที่ผมเปิดประตูน้องอาโอะซีวิคสุดสวาทให้มันได้ก้าวขาสั้นๆนั่นนั่นเข้ามาลวนลามรถผม
"บ่นมากหน่ะเตี้ย วันนี้วันเดียวแหละที่กูจะจะให้มึงได้เข้ามาในตัวน้องอาโอะของกู"
ไม่อยากจะบรรยายโวหาร แต่ถ้าเลือกได้ผมก็ไม่อยากเสวนากับไอ้นี่นักหรอก
"หยั่งกะกูอยากไปกับมึงนักแหละ ทุ้ย"
นั่น ไอ้เตี้ยชิงหมาเกิด สถุนได้อีก
วันนี้เป็นวันเปิดการเรียนของมหาลัยชื่อดังที่ไอ้เตี้ยมันสอบเข้าได้แบบฟลุ๊คๆ ผมไม่เชื่อหรอกว่าน้ำหน้าอย่างมันจะตั้งใจเรียนจนสอบติดมหาลัยนี้
ตามธรรมเนียมของเฟรชชี่ต้องมีการนัดประชุมผู้ปกครอง แต่พ่อแม่มันเกิดอารมณ์อยากจะฮันนีมูนรอบที่สามสิบสองเลยชวนพ่อแม่ผมไปลุยจับหอยหลอดที่เมืองไทยสบายอุรา ปล่อยให้ผมต้องรับผิดชอบลูกชายสัมภเวสีนี่อย่างจำยอมโดยมีมรดกของบ้านผมเป็นตัวประกัน
ผมกะไอ้เตี้ยที่พอขึ้นรถผมมาได้ก็เอาไอพอดขึ้นมาเสียบหูฟังเล่นไปสบายอุรานี่ไม่ค่อยจะถูกกันนักหรอกครับ เรียกว่าศัตรูเลยดีกว่า ถ้ามันเป็นญี่ปุ่นผมก็เป็นเกาหลีอ่ะแหละ
จำได้ว่าตอนผมหกขวบ แม่มันเคยพามันซึ่งตีนเท่าฝาหอยแครงมาเที่ยวบ้านซึ่งอยู่ติดกันนั่นแหละ ไอ้ผมก็เห็นน้องตัวเล็กแล้วเอ็นดู กะจะเปิดผ้าดูเอ็นมันเสียหน่อย แม่งกลับฉี่รดหน้าผมเต็มๆ แค้นสิครับ หยามบุรุษเพศมากไปแล้ว ฉี่รดหน้าไม่พอหัวเราะเยาะอีกต่างหาก เห็นกูเป็นแก๊งสามช่าเหรอสัด?
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชีวิตผมก็ไม่เคยรอดพ้นจากมันเลย พ่อแม่ผมกับพ่อแม่มันบังคับข่มขืนใจให้ผมต้องคอยรับใช้มันตั้งแต่มันเข้าเรียนอนุบาล คิดดูว่าผมแสนจะเบื่อขี้หน้ามันมากแค่ไหน
"สวยตายหล่ะน้องอาโอะ ดูแลหยั่งกะเมียท้อง จะอ้วก"
อ้าวสัดเตี้ย มึงท้องก็ลงไปอ้วกในป่าข้างถนนเลยนะ อย่าเอามลทินมาแปดเปื้อนรถกู มึงตั้งใจบ่นค่อยๆให้กูได้ยินใช่ป่ะเนี่ย
เส้นทางที่ผมเลือกใช้เป็นถนนสายเลี่ยงเมืองเนื่องจากทางไปมหาลัยนั้นออกจะกันดานอยู่สักเล็กน้อย(ไม่เล็กน้อยหล่ะสามสิบนาทีมีรถสวนมาคันเนี่ย)
มือขาวซีดเหมือนซากศพไมเคิ่ลแจ๊คสันนั้นเอื้อมจะคว้าแผ่นซีดีที่ค้างอยู่หน้าคอนโซล คงจะมาเปิดร้องคาราโอเกะเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมหายอมไม่ ไม่รู้อะไรซะแล้วว่าไอ้แผ่นนั้นมันลับเฉพาะคนรู้ใจที่ผมได้มาจากแฟนคลับเชียวนะ(เออ...ผมก็มีแฟนคลับเหรอวะ?)
"เห๊ยๆ เห๊ยๆๆ"
ส่งเสียงขู่ไปเหลือบมองเจ้าของมือหลุกหลิก
"เป็นบ้าไรของมึง มองกูด้วยสายตางี้มีตัณหาแก้ไม่ตกไง"
แล้วมันก็ยัดซีดีเข้าเครื่องเล่น
ตัณหาหน่ะมีเยอะเลย แต่มีกับสาวๆสวยๆนะไม่ใช่กับมึง โชคดีที่รถผมยังติดตั้งเครื่องเสียงรุ่นเก่าอยู่ การประมวลผลเลยไม่ค่อยไหลลื่นเหมือนของคนอื่น
เสียงห้ามล้อดังสนั่นเหมือผมเหยียบเบรกกระทันหัน
"เอี๊ยดดดดดดดดดดด"
ผมอาศัยจังหวะไอ้เตี้ยตกอกตกใจรับกดปิดแล้วดึงแผ่นออกมาหนีบไว้ใต้ขาหนีบทันที
ทันทีที่มันตั้งตัวได้ ภายในตัวน้องอาโอะของผมก็ไม่สงบอีกต่อไป มือน้อยๆเขวี้ยงไอแพดไปตกปุที่หลังรถไม่ปราณีปราศรัย หันมาสนใจกระผมแทน
"เหี้ยยยยยยย ทำเหี้ยอะไรของมึงห๊ะ กลัวไม่ตายห่าไง เบรกหยั่งกะเจอจิ้งจกโดนตุ๊กแกกินตับ เอาปืนจี้ขอใบขับขี่มาใช่มั๊ยสัด เกิดกูตายไปทั้งที่ยังไม่ได้เป็นแฟนเดวิด เบ๊คแฮม มึงจะเผาไปให้กูในปรโลกเหรอเหี้ย"
ไอ้เด็กเวรนี่ ขึ้นเหี้ยลงเหี้ยจนผมเกือบไปส่องกระจกดูหน้าเหี้ยๆของตัวเองแล้วว่ามันไปคล้ายคลึงกับเหี้ยตรงไหน
"มึงห้ามมองกูด้วยสายตาแบบนั้นนะเตี้ย"
ผมตะโกนใส่มันบ้าง เมื่อโดนด่าไม่พอยังมาทำสีหน้ารังเกียจผมเต็มประดาใส่กัน
"ไมกูจะมองไม่ได้ โตเป็นควายแล้วยังเล่นเหมือนเด็กสิบขวบ มึงชอบเอาชีวิตมาเป็นของเล่นเหรอ มึงคิดว่าชีวิตมันน่าเล่นมากใช่มั๊ย"
มันด่าผมแวด อัพเดทสายตาเป็นเลเวลสูงขึ้นเป็นแบบ"เหยียดหยาม"
"เมื่อกี๊กูเห็นงูเลื้อยผ่านหน้ารถ"
อ้อมแอ้มแก้ตัว มันก็ไม่ว่าอะไรแต่แววตานั้นลดเลเวลลงแล้ว หันไปบ่นให้ผมได้ยินอีกดอก
"ตาตี่อย่างมึงมองเห็นงูด้วยเหรอ"
เหี้ยนี่ งูมันตัวใหญ่กว่าจิ้งจกโดนตุ๊กแกกินตับของมึงอีกกูจะบอกให้ อย่ามาวิจารณ์ตาชั้นเดียวอันเป็นเสน่ห์ของกูนะ
"เกลียดมึงจริงๆ กลบเกลื่อนอะไรไม่เคยจะมิด ส่อพิรุธตลอด"
มันเอื้อมตัวข้ามพนักไปหยิบไอแพดที่สันนิษฐานว่ายังใช้ต่อได้ของตัวเองมาเสียบหูฟังเปิดฟังเพลงเอนหลังหลับตาพริ้ม
ปล่อยให้ประโยคนั้นซึมซาบเข้าก้านสมองผมช้าๆ กูรู้หรอกว่ามึงเกลียดกูอ่ะ จะย้ำทำไม?
ผมหยิบแผ่นซีดีขึ้นมาสอดเข้าที่เดิมของมัน ซึ่งตอนนี้ไอ้เตี้ยไม่สนใจมันแล้ว
บอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นคนแบบนี้
เวลามันเงียบแบบนี้ผมไม่ชอบเลยจริงๆ
....
น้องอาโอะพาผมและเฟรชชี่คณะอักษร เคลื่อนเข้ามาจอดในโรงรถของมหาลัยในเวลาค่อนข้างสาย
ผมเปิดประตูออกมาด้วยมาดที่ส่องกระจกทำที่บ้านมาหลายครั้งหลายหนแล้วว่าดูเท่และแมนแฮนซั่มสะดุดตาสาวๆ
ขาพาก้าวไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยสู่หอประชุมหลังใหญ่ การที่เคยเรียนที่นี่มาสี่ปีทำให้ผมสามารถรู้ทุกซอกทุกมุมจนเกือบจะทำแผนที่ได้ด้วยซ้ำ
แต่แปลก??
ผมหันซ้ายย้ายไปขวาพบว่าตัวเองกำลังเดินคนเดียว?
สัดเตี้ยแม่งหายหัวไปไหนฟะ?
การเดินดุ่มๆย้อนกลับไปทางเดิม เป็นความคิดอันปราชญ์เปรื่องที่ผมแทบจะก้มลงกราบตีนตัวเอง ในที่สุดก็ได้รู้ว่าไอ้เตี้ยมันจ้องจะลวนลามน้องอาโอะของผมจริงๆ เพราะตอนนี้มันกำลังพิจารณาภาพในจอแอลซีดีตรงหน้า แล้วหน้าแดงเอาๆ
อารมณ์ผมพุ่งทะยานไปหลายร้อยกิโลเมตร เมื่อกวาดตารอบๆแล้วพบว่านักศึกษาชายบางคนไม่สิ ทุกคนเลยดีกว่า จ้องทะลุน้องอาโอะของผมด้วยสายตาหื่นกระหาย
สัด คราวหลังกูจะติดฟิล์มดำอาโอะทั้งคันเลย ห้ามใส่ซีทรูอีกตลอดชีพ
ด้วยเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน เป็นนายน้อยของเหล่ามาเฟียน้อยใหญ่ทั่วประเทศ ผมเลยกลายเป็นคุณหนูเอาแต่ใจตั้งแต่เด็ก แม้ว่าจะโดนบังคับให้ทำโน่นทำนี่บริการไอ้เตี้ยแต่ถ้าเป็นบ้านที่เรียกว่ารังโจรของตัวเองแล้วผมเทียบเท่าพระราชาเลยทีเดียว ไอ้อาการหน้าแดงก่ำ
ปากพึมพำนั้นบุคคลภายนอกที่ส่องเข้าไปเจอมันเหมือนยั่วยวนชัดเจน มือกับขาผมกระตุกยึกๆ อยากกระชากปืนมายิงเล่นให้หายเครียดตามสไตล์ลูกชายมาเฟียจริงๆ
แต่สำนึกดีก็บอกว่านี่เป็นสถานศึกษา และเป็นอดีตสถานที่ให้ความรู้ของตัวเองด้วย แม้ว่าสมัยยังอยู่ที่นี่ผมจะชอบแอบไปหลับน้ำลายยืดในห้องพยาบาลมากกว่าศึกษาก็ตาม แต่ควรจะให้เกียรติสินะ
เลยได้แต่ส่งสายตาไปรอบๆ แม่งงงง แฟนคลับไอ้เตี้ยตูดปอดนี่มีแต่ผู้ชายไงวะ หงุดหงิดหาสาเหตุมิได้
ก้าวไปกระชากอาโอะให้เปิดกระแทกกระทั้น ให้รู้ว่ากูไม่พอใจที่มึงนั่งซบลวนลามรถกูนานมากไปแล้ว(จริงๆนะว๊อย)
"จะนั่งให้ริดสีดวงแตกไง ออกมา"
"ถ้ากูไม่นั่งกูจะรู้เหรอว่ามึงแอบมีแผ่นรวมภาพของกูตั้งแต่แบเบาะไว้กับรถ"
สัดดดดดด คิ้วกระตุกยึกๆ ก็กูบอกแล้วว่าแผ่นเหี้ยนี่แฟนคลับให้มา(มึงบอกตอนไหน?/เจน)
"กูไม่ได้อยากได้หรอกสัด แผ่นนี้พ่อแม่มึงให้กูมาหรอกโว๊ย เขาบอกว่าตอบแทนที่กูดูแลมึงมาดีอย่างกับผีขนุนใต้ถุนบ้าน หนอนไม่ให้ไชไรไม่ให้ตอมต่างหาก ลำพังตัวกูหน่ะไม่ได้อยากมองหน้ามึงเลยเหอะ ไม่เจริญหูเจริญตา"
นี่ผมพูดเหี้ยอะไรออกไป หน้าแดงๆอย่างน่ารักของไอ้เตี้ยกลับค่อยๆซีดเหมือนกิ้งก่าเปลี่ยนสี มันจะเสียใจหรือเปล่าวะ แต่ผมมันพวกปากหมามันก็น่าจะรู้
มันเม้มปากแน่น แต่ก็เชิดหน้าเหมือนซ่อนน้ำตา(ผมคิดเข้าข้างตัวเองมาไปเปล่าวะ?) ก้าวขาสั้นๆลงมาช้าๆ เดินเชิดตั้งท่าเหมือนซุป'ตาร์ยืนอยู่บนพรมแดงเมื่อมีคนขับรถวิ่งมาเปิดประตูให้
นี่ผมกลายไปเป็นคนขับรถมันแล้วใช่มั๊ย? เออ ถึงจะขับรถให้มันนั่งอยู่ตลอดแต่นี่ครั้งแรกนะที่มันมีบุญได้นั่งอาโอะ แล้วผมก็ออกจะดูดีมีสกุล คอยบริการมันเนี่ยก็เพราะมรดกหรอกเว๊ย
"จะยืนเคารพธงชาติอีกนานมั๊ยไอ้อ้วน กูไม่ได้มีเวลาให้มึงทั้งวันนะเว๊ย"
ไอ้เตี้ย!!!!
คำนั้นมันควรเป็นผมไม่ใช่เหรอที่ควรจะพูดกับมัน เวลาของเจ้าของบริษัทอย่างผมเป็นเงินเป็นทองคุ้มค่าทุกวินาทียิ่งกว่าไทยทีวีสีช่องสามอีก นักศึกษามหาลัยอย่างมันมีสิทธิ์พูดเหรอคำนี้
ผมแหวกฝูงชนที่จ้องมองการสนทนาของพวกผม(หรืออาจจะตั้งแต่จ้องหน้าแดงๆของไอ้เตี้ย) ราวกับจะจดสคริปต์แต่งนิยาย ถลึงตาใส่ไอ้เตี้ยไปอย่างเอาเรื่อง อายก็อาย หน้าที่เคยด้านๆจับดูแล้วดูเหมือนจะยังฉาบอิฐฉาบปูนไม่เพียงพอ
กูไม่น่ามาเป็นผู้ปกครองให้มันเลย หมดกันภาพพจน์
...
ความเตี้ยทำให้ผมมองหาเด็กในปกครองไม่เจอ หลังจากออกมาจากห้องนอน เอ๊ย ห้องประชุมที่มีเสียงหวึ่งๆวี๊ๆน่านอนหลับ นั่นแล้ว ผมก็รีบฝ่าฝูงผู้ปกครองออกมากดโทรศัพท์หาไอ้เตี้ยทันทีไม่รอช้า
แต่ไม่ว่าผมจะพยายามกดจนนิ้วด้านเท่าไหร่ เสียงเรียกปลายสายก็ยังคงเป็นสัญญาณว่าติดต่อได้แต่ไม่มีใครสนใจรับสายอยู่ดี
แม่ง!!! ไอ้เด็กแสบหายไปไหนของมันแล้ววะ
ยืนไปยืนมาชักจะนานเกินรอ ผมเลยก้าวยาวๆไปเข้าห้องน้ำด้วยอาการหงุดหงิดชัดเจน ตัดสินใจว่าถ้าออกมาจากห้องน้ำแล้วไม่เจอหน้ามันผมก็จะกลับแล้วหล่ะ ไม่รอแน่ๆ เรื่องอะไรจะต้องคอยเป็นห่วงมันขนาดนั้น ผู้หญิงก็ไม่ใช่ ผู้ชายเหมือนกันแถมยังปากจัดอย่างกับเจ๊เบียบ
ขณะที่ผมก้าวยาวๆคิดอย่างหงุดหงิด พลันสายตาก็ไปพบกับโทรศัพท์เครื่องน้อย ที่ผมจำได้ว่าเป็นของไอ้เตี้ยเข้า
ที่จำได้ดีเพราะมันแขวนที่ห้อยตัวจอมมารบูพวงใหญ่นั่นแหละ ความจริงผมค้านหัวชนฝาตอนที่มันอ้อนจะซื้อไอพอด ไอแพด ไอโฟน และสารพัดไอต่างๆนานา เพราะไอ้เตี้ยมันเป็นพวกไม่รักษาสิ่งของ ซื้อมาแป๊บเดียวเบื่อมันก็เอาไปบริจาคซะอย่างนั้น จะมีแต่เครื่องนี้แหละที่มันใช้มานาน เพราะเป็นโทรศัพท์เครื่องแรกที่ผมแพ้พนันมันตอนดูดราก้อนบอลว่าบูอ้วนจะตายด้วยน้ำมือใคร? แล้วต้องซื้อให้มันด้วยความจำใจ แถมมันยังแขวนจอมมารบูไว้เตือนใจให้ระลึกถึงความพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่นั่นอีกด้วย
ผมหยิบมันขึ้นมามองอย่างสงสัย ฝาพับมันหักแต่ดูเหมือนจะยังใช้ได้อยู่ ยี่สิบสามสายไม่ได้รับของผมโชว์หราขึ้นมาให้เห็นว่า เจ้าของโทรศัพท์ไม่ได้อยู่ใกล้มันเพียงพอที่จะได้ยินมัน
หรือไม่อย่างนั้นก็คงโดนใครบังคับพาตัวไปไหนแน่นอน
เพราะผมมั่นใจว่าไอ้เตี้ยรักโทรศัพท์เครื่องนี้มาก
ก็มันเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะที่มันมีต่อผมนี่...มันเคยบอก
...
ปัง!!!!
เสียงสิ่งหนึ่งกระทบประตูทำให้ผมรีบวิ่งไปที่ห้องนำชายที่แขวนป้ายทำความสะอาดทันที ไม่ลืมที่จะเก็บเครื่องมือสื่อสารอันจ้อยลงไปในกระเป๋ากางเกง
ภาพที่ผมเห็นทำเอาเลือดในตัวหมุนเวียนเหมือนทะเลสีทันดร
ผมแทบจะสติขาดเสียเดี๋ยวนั้นเมื่อเห็นร่างเล็กในชุดสุภาพของไอ้เตี้ย บัดนี้เต็มไปด้วยร่องรอยคราบสีขาวเปรอะเปื้อนไปทั่ว
เด็กหนุ่มวัยรุ่นสองคนรุมฟอนเฟ้นอย่างหิวกระหาย เจ้าตัวได้แต่ครางหน้าแดง ที่แก้มมีรอยโดนตบชัดเจน คราบน้ำตาเปื้อนจนดูไม่ได้
"ยูริ!!!!!"
ผมตะโกนลั่น ควบคุมตัวเองไม่ได้โดยสิ้นเชิง ภาพสุดท้ายที่เห็นแล้วจำได้ชัดคือตัวเองกระชากไอ้เด็กสองตัวนั่นมากระทืบไม่ยั้ง สภาพพวกมันยับเยินเหมือนกระดูจะหักอยู่หลายท่อน แต่ผมไม่สนใจ พอตั้งสติได้ก็รีบช้อนอุ้มร่างเล็กของไอ้เตี้ยของผมดันเข้าไปในห้องน้ำห้องในสุดเบาๆ
ในขณะที่เปิดฝักบัวราดรดร่างนั้นอย่างกับคนบ้า น้ำตาผมก็ไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้
ผมเลี้ยงของผมมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยปล่อยให้ใครได้ทำอันตรายได้ แต่วันนี้ผมกลับประมาทสั่งบอดี้การ์ดไม่ให้ติดตามจนไอ้เด็กคนนี้เกิดเรื่อง
ไอ้เตี้ยของผมยกมือขาวขึ้นมากอดอกเพราะความหนาว แน่หล่ะ ไม่หนาวได้ไงในเมื่อผมตั้งใจไว้แล้ว ว่าจะล้างคราบพวกนี้ออกไปไม่ให้เหลือติดไว้แม้แต่น้อย
ก่อนจะอุ้มร่างน้อยออกที่ห่อตัวอยู่ในเสื้อโคทตัวโตของผม ก็ไม่ลืมใช้ปืนเก็บเสียงกระหน่ำยิงเศษสวะไม่ยั้ง
ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเพื่อนรักทันที
"ยาบุ ที่ห้องน้ำ ม.M จัดการศพให้ด้วย บอกเคย์ให้ทีว่ากูจะพาคนป่วยไปหามัน ไล่คนไข้คนอื่นออกจากคลินิคให้หมด"
เสียงครางเบาเหมือนเสียงละเมอทำให้ผมต้องเอียงหูเข้าไปใกล้เพื่อฟังให้ชัด
"ยูยะ ฆ่าผมที"
กูไม่ยอมให้มึงตายหรอกสัดเตี้ย!!!!!!
to be con
....................................
อิเจนแถลง
เรื่องนี้แต่งจบแล้วนะคะ อยู่ที่ว่าอิเจนจะพิมพ์รึเปล่า
มีสองตอน ตอนแรก คนดำเนินเรื่องคืออิอ้วน ตอนที่สองคนดำเนินเรื่องคือไอ้เตี้ย
ใครบอกว่ามันมีมาม่า???
ไม่มี๊~~~ << เสียงสูงเพื่อ?
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีดราม่าาาาาาาาาาาาาา มันด่ากันตั้งแต่ต้นเรื่อง
ตอบลบกลายเป็นคู่หูอ้วนเตี้ยที่ไม่ต้องเอ่ยชื่อแต่ก็รู้ว่าใคร
แต่ท้ายเรื่องนี่อาร๊ายยยยยยยยยยยยยยยย
เอ่อะ...
ตอบลบนี่เรียกไม่ดราม่าเดหรอค๊าาาาาาาาาาาาาาาา
แง่ง
TT^TT
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบแง่มมม....กดผิดอ่ะ
ตอบลบจบแล้วหรอ......มี้เจน
มันจบแบบคาใจ มาต่อนะให้จบนะจ๊ะ ปิ๊งๆๆ
เม้นขึ้นมั๊ยเนี่ยย ??
ตอบลบอ๊ากกก อยากอ่านต่อ ฮี่ๆ
ไม่เอามาม่านะ ห้ามใส่ไข่ด้วย คลื่นไส้มาม่า 55 =[]=
จะรอพี่มาพิมต่อ อยากอ่านละ อีบุมาจัดการศพนี่รับจ๊อบทำงานเป็นมูลนิธิอะไรรึเปล่า?
โอ้ยย อยากเจอคุณหมอเคย์ด้วย ค้างคาๆ 555
รีบมาต่อนะ พี่เจนจังจิบิ
เพิ่งได้มาเม้น ฮะๆ อ่านตอน1ไปนานละ
ตอบลบมันมีเค้าว่าจะมาม่าเบาๆ เลยรอให้ลงจบก่อนแล้วอ่านรวดอีกที
โอ้ย ลูกเค้าพูดไม่เพราะอะ ด่ากันทั้งเรื่องเลย 555
แต่ก็ชอบนะ ได้อีกอารมณ์ดี
เดี๋ยวไปอ่านตอนจบก่อน^^